เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1991 ที่เมืองเบรด้า ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับทีมลิเวอร์พูล ฟาน ไดค์ มีความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขามีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยตั้งใจที่จะหารายได้มาช่วยครอบครัว ในวัยเด็กเขาใช้เวลาว่างจับกลุ่มเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ตามข้างถนนในหมู่บ้านของเขา

ในปี 2009 ฟาน ไดค์ ได้เข้าไปเป็นเด็กฝึกหัดในอคาเดมี่ของ วิลเล่ม ทเว ทู ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุ 18 ปี เขาเริ่มฝึกการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เขามีฝีเท้าที่โดดเด่นมากกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ทำให้ในปี 2010 เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของ โกรนิงเก้น ทีมฟุตบอลชื่อดังของลีกในประเทศฮอลแลนด์ เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนอยู่ 1 ฤดูกาล

ในปี 2011 ฟาน ไดค์ ก็ได้ขึ้นมาเป็นให้กับทีมชุดใหญ่ของโกรนิงเก้น และได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก เขาเริ่มลงสนามให้กับทีมต้นสังกัดในครั้งแรกในเดือนเมษายน 2011  ที่พบกับ เดน ฮาก โดยเขาลงสนามเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายของครึ่งหลัง และหลังจากในเกมนั้น เขาก็เริ่มพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลของตัวเองเพิ่มมากขึ้น และฟอร์มการเล่นของเขาก็เริ่มโดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนสามารถขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมได้ในที่สุด

และด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของเขา ทำให้ ฟาน ไดค์ ได้รับความสนใจจาก กลาสโกว์ เซลติก สโมสรฟุตบอลชื่อดังของลีกในสกอตแลนด์ และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ในเดือน มิถุนายน เขาก็ย้ายไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญายาวถึง 4 ปี ฟาน ไดค์ ได้ลงสนามให้กับ กลาสโกว์ เซลติก เป็นนัดแรกในเกมที่พบกับ อเบอร์ดีน ในเดือนสิงหาคม 2013 ซึ่งเขาลงสนามเป็นตัวสำรอง ในช่วงท้ายเกมของครึ่งหลัง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็กลายมาเป็นผู้เล่นตัวจริงมาโดยตลอด ในเดือนพฤศจิกายน 2013 เขาสามารถทำประตูแรกให้กับ เซลติก ได้ในเกมที่เอาชนะ รอสส์ เคาน์ตี้ 4-1 และในฤดูกาลนี้เขายังมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อีกด้วย นอกจากนี้ เขายังมีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมของลีกในฤดูกาลนั้นอีกด้วย

ฟาน ไดค์ กลายมาเป็นกำลังสำคัญให้กับ เซลติก ช่วยทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ได้ทั้ง สกอตติช พรีเมียร์ลีก และสกอตติช ลีก คัพ และด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ ฟาน ไดค์ มองว่าเขาควรที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ กับทีมที่ใหญ่ขึ้น เพื่ออนาคตในเส้นทางสายลูกหนังของเขา ทำให้ในปี 2015 เขาตัดสินใจเก็บกระเป๋าย้ายไปร่วมทีมกับ เซาแธมป์ตัน สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์

ในเดือนกันยายน 2015 เขาก็มีโอกาสลงสนามเป็นครั้งแรกให้กับเซาแธมป์ตัน ในเกมที่เสมอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 0-0 และ ฟาน ไดค์ ก็สามารถทำประตูให้กับทีมต้นสังกัดได้ในการลงสนามเป็นนัดที่สองของเขา ในเกมที่พบกับ สวอนซี ซิตี้

ในฤดูกาล 2015-2016 เซาแธมป์ตัน สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการจบอยู่ที่อันดับ 6 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาล 2016-2017 ฟาน ไดค์ ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม แทน โชเซ่ ฟอนเต้ ที่ย้ายออกจากทีมไป และ ฟาน ไดค์ ก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และพาทีมจบอยู่ที่อันดับ 8 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

และหลังจบฤดูกาลนี้ ฟาน ไดค์ กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลัง ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีหลายทีมฟุตบอลชื่อดังในยุโรปต้องการตัวของเขาไปร่วมทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ที่แสดงออกว่าสนใจตัวของเขาเป็นอย่างมากแต่ด้วยการแสดงออกของทางลิเวอร์พูลที่มีมากเกินไป ทำให้สร้างความไม่พอใจให้กับ เซาแธมป์ตัน ที่ลิเวอร์พูลทำผิดกฎ จนทางลิเวอร์พูลต้องออกมาขอโทษ และบอกว่าจะไม่มีการซื้อตัวของเขาในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

ฤดูกาล 2017-2018 ฟาน ไดค์ ยังคงเล่นให้กับเซาแธมป์ตันต่อไป แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ ฟาน ไดค์ แสดงอาการไม่พอใจทีมต้นสังกัดของเขา ทำให้ ฟาน ไดค์ ถูกต้นสังกัดดร็อปให้เป็นตัวสำรอง และในบางเกมก็ไม่มีชื่อของเขาลงสนามเลย

จนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2017 ลิเวอร์พูล ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขาอีกครั้งด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวของนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่แพงที่สุดในโลก ฟาน ไดค์ ลงสนามเป็นครั้งแรกให้กับลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคม 2018 ในเกมที่พบกันเอฟเวอร์ตัน ในศึกเอฟเอ คัพ และเขาก็สามารถทำสถิติด้วยการทำประตูในศึก เมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้ ด้วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-1

ฤดูกาล 2018-2019 ฟาน ไดค์ กลายเป็นกองหลังที่เข้ามาช่วยเสริมทีมในแนวรับของลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และเขาก็กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังอันดับ 1 ของโลกได้อย่างแท้จริง เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีม และสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2019-2020 ฟาน ไดค์ พาลิเวอร์พูลเดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ และเป็นการคว้าแชมป์ในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของลิเวอร์พูลในรอบ 30 ปีอีกด้วย

 

ฤดูกาล 2021-2022 ฟาน ไดค์ ก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของลิเวอร์พูล ที่กำลังลุ้นคว้า 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ และเพิ่งพาทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์คาราบาว คัพ มาได้สำเร็จ

สำหรับผลงานในทีมชาติ ฟาน ไดค์ เริ่มติดทีมชาติฮอลแลนด์ มาตั้งแต่ในชุดเยาวชน โดยครั้งแรกเขาลงสนามให้กับทีมชาติชุดรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2011 จากนั้นก็ขยับมาเล่นในชุดอายุไม่เกิน 21 ปี และในปี 2015 เขาก็ถูกเรียกให้มาเล่นกับทีมชาติชุดใหญ่ โดยเกมนัดแรกที่ลงสนามคือเกมที่พบกับทีมชาติคาซัคสถาน